แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ต้องไปเยือน วัตฟอร์ด ที่สนามวิคาเรจ โร้ด ในเกมพรีเมียร์ลีก อังกฤษ วันเสาร์ที่ 20 พฤศิกายนนี้ ถือว่าเป็นแมตช์สำคัญที่อาจจะชี้ชะตาการทำงานของ “น้าลูกอม” ในฤดูกาลนี้เลยทีเดียว
โอเล่ กุนนาร์ โซลชา ต้องรีบเรียกศรัทธาคืนจากแฟนบอลให้เร็วที่สุด หลังจากที่เขาทำทีมโชว์ฟอร์มไม่ค่อยน่าอภิรมย์เท่าไหร่ในช่วงที่ผ่านมา และเกมนี้หากคว้า 3 คะแนนได้ สถานการณ์กดดันน่าจะคลี่คลายลงไปมาก แต่หากแพ้เสียก่นด่าคงมาเป็นกระบุงกรวย

ด้าน เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือขรัวเฒ่าชาวอิตาเลียน ขอไว้ลายในฐานะหนึ่งในยอดเทรนเนอร์ของโลกลูกหนัง ด้วยการลบสถิติที่ย่ำแย่เวลาคุมทีมเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ด เพราะเขาชนะแค่ 2 เกมจาก 14 แมตช์ให้ได้

1. โซลชา ต้องกอบกู้ศรัทธา
ประเด็นแรกที่ โซลชา ต้องทำให้ได้ก็คือการกอบกู้วิกฤติศรัทธาจากสาวก “เร้ด อาร์มี่” หลังจากที่ตอนนี้เขากำลังจะหมดความชอบธรรมในฐานะผู้จัดการทีม แมนฯ ยูไนเต็ด หลังจากทำผลงานได้น่าผิดหวังสิ้นดี

ผลการแข่งขันและระบบการเล่นของ “ปีศาจแดง” ในช่วงที่ผ่านมา ต้องบอกว่าย่ำแย่เหลือเกินในสายตาของแฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด แม้ว่าบางแมตช์ทีมจะเก็บชัยชนะได้ แต่รูปแบบการเล่นถือว่าไม่โดนใจเด็กผี

BERGAMO, ITALY – NOVEMBER 02: Manager Ole Gunnar Solskjaer of Manchester United walks off after the UEFA Champions League group F match between Atalanta and Manchester United at Gewiss Stadium on November 02, 2021 in Bergamo, Italy. (Photo by Matthew Peters/Manchester United via Getty Images)

ยิ่งสถานการณ์ในเวลานี้ทีมหลุดอันดับท็อปโฟร์ไปแล้ว ยิ่งทำให้ “น้าลูกอม” ต้องรีบเร่งรีดฟอร์มลูกทีมออกมาให้ได้ เพราะหากผลงานของทีมไม่กระเตื้องโอกาสในการลุ้นแชมป์ลีกยิ่งห่างไกลออกไปเรื่อยๆ

อย่าลืมว่าทุกวันนี้ โซลชา ยังอยู่รอดปลอดภัยเนื่องจากบอร์ดบริหาร และเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน ยังให้การหนุนหลัง แต่หากเกมเยือน วัตฟอร์ด พวกเขาไม่ได้ผลการแข่งขันที่ต้องการ และฟอร์มไม่เริ่ดหรูอลังการ งานนี้อาจจะเป็นฟางเส้นสุดท้ายของ กุนซือชาวนอร์เวย์ ก็ได้

2. ซานโช่ มีลุ้นได้โชว์ศักยภาพ
นับตั้งแต่ที่ย้ายจาก โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ มาเล่นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด ช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา เจดอน ซานโช่ ยังไม่สามารถงัดฟอร์มเก่งเหมือนสมัยที่เขาโลดแล่นอยู่กับทัพ “เสือเหลือง” ได้เลย แถมเจ้าตัวยังโดนดองเป็นสำรองซะด้วย

สำหรับเกมเยือน “แตนอาละวาด” คาดว่า โซลชา น่าจะให้โอกาส ซานโช่ ได้ลงเล่นในตำแหน่งถนัดนั่นก็คือผู้เล่นเกมรุกฝั่งขวา ซึ่งจะทำให้เขาดึงศักยภาพชั้นยอดออกมาได้อย่างเต็มที่ ส่วน เมสัน กรีนวู้ด คงต้องไปนั่งสำรอง เพราะช่วงสองแมตช์ที่ผ่านมา “ไม้เขียว” ดูเหมือนจะขยันเลี้ยงขยันยิงแบบไร้สาระเกินไปหน่อย

MANCHESTER, UNITED KINGDOM – SEPTEMBER 29: Jadon Sancho of Manchester United during the UEFA Champions League match between Manchester United v Villarreal at the Old Trafford on September 29, 2021 in Manchester United Kingdom (Photo by David S. Bustamante/Soccrates/Getty Images)

ในขณะที่หน้าเป้ายังเป็น คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ต่อให้นักเตะเพิ่งจะรับใช้ชาติบ้านเกิดในทำศึกฟุตบอลโลก 2022 รอบคัดเลือก โซนยุโรป แต่ฟันธงได้เลยว่า “น้าลูกอม” ไม่กล้าดร็อปเขาอย่างแน่นอน เพราะการมี “ซีอาร์ 7” อยู่ในแดนหน้าย่อมสามารถขู่กองหลังได้ทุกทีม

ส่วนแนวรุกฝั่งซ้ายคงเป็นหน้าที่ประจำของ มาร์คัส แรชฟอร์ด แต่ที่น่าสนใจก็คือแดนกลาง เพราะตัวหลักคงหนีไม่พ้น บรูโน่ แฟร์นันด์ส กับ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ แต่ที่น่าจะเซอร์ไพรส์ก็คือ ดอนนี่ ฟาน เดอ เบ็ค ซึ่งมีลุ้นได้ลงตัวจริงในแมตช์นี้

การที่ ฟาน เดอ เบ็ค ได้ลงสนามเป็นตัวจริงน่าจะทำให้เขาเริ่มกลับมามีความเชื่อมั่นอีกครั้ง และหากเจ้าตัวโชว์ฟอร์มได้อย่างโดดเด่น โอกาสที่เขาจะยึดตัวหลักของทีมก็มีความเป็นไปได้เช่นกัน

3. ปรับระบบเกมรับกลับมาเล่นแบ็กโฟร์
การที่ แมนฯ ยูฯ ยังขาด ราฟาแอล วาราน ทำหน้าที่กุมบังเหียนแนวรับ ทำให้ โซลชา คงจะปรับระบบจากแนวรับ 3 ตัวมาเล่นเป็น 4 ตัวเหมือนเดิม และ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ กับ วิคตอร์ ลินเดอเลิฟ ต้องทำหน้าที่เป็นคู่เซนเตอร์แบ็กอีกครั้ง

สำหรับ “กัปตันแฮร์รี่” ช่วงที่ผ่านมาโดนวิจารณ์อย่างหนักเรื่องการเล่นเกมรับที่หละหลวม และขาดความนิ่ง จนเป็นเหตุให้ทีมเสียประตู แต่ในช่วงพักเบรกทีมชาตินักเตะดูเหมือนจะกลับมาเรียกความมั่นใจได้อีกครั้ง และยังยิงประตูให้ อังกฤษ ได้ด้วย

ขณะที่ ลุค ชอว์ กับ อารอน วาน-บิสซาก้า ยังคงทำหน้าที่เป็นฟูลแบ็กเหมือนเดิม และแน่นอนว่าในเกมเยือน วัตฟอร์ด ทั้งสองคนน่าจะมีโอกาสได้เติมเกมบุกอย่างเต็มที่ เนื่องจากศักยภาพของ “แตนอาละวาด” คงไม่สามารถต้านทานการเติมเกมจากริมเส้นของทั้งคู่ได้

ต้องยอมรับว่าการขาด วาราน ทำให้สมดุลเกมรับของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด สูญเสียไปเยอะมาก แต่ด้วยศักยภาพของ แม็กไกวร์ กับ ลินเดอเลิฟ น่าจะสามารถรับมือกับผู้เล่นเกมรุกของ วัตฟอร์ด ได้ไม่ยากนัก

4. โรนัลโด้มีโอกาสสร้างสถิติอีกแล้ว
สำหรับตอนนี้ทุกๆ เกมที่ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ลงสนามสามารถสร้างสถิติได้ทั้งนั้น โดยเฉพาะตัวเลขในการยิงประตูที่บอกได้เลยว่าน่าเหลือเชื่อมากๆ และในยุคนี้คงยากที่จะหาคนตะบันตาข่ายคู่แข่งได้เยอะขนาดนี้

กัปตันทีมชาติโปรตุเกส ลงเล่นไปแล้วทั้งในระดับสโมสรกับทีมชาติจำนวน 1,093 แมตช์ และตะบันไปถึง 798 ประตู โดยเขาต้องการอีกแค่สองประตูเท่านั้นก็จะซัดรวมกัน 800 ลูกซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าอัศจรรย์อย่างมากสำหรับวงการฟุตบอลสมัยใหม่

แน่นอนว่าการบุกเยือนถิ่นวิคาเรจ โร้ด ถือเป็นโอกาสดีมากๆ ที่ อดีตสตาร์ “ราชันชุดขาว” เรอัล มาดริด และ “ม้าลาย” ยูเวนตุส จะซัดประตูเพราะแนวรับของ วัตฟอร์ด คงไม่ได้แข็งแกร่งมากมายอะไรนัก

ถ้าหาก โรนัลโด้ สามารถยิงประตูได้ตามที่ต้องการ คงจะทำให้เขากลับมามีความเชื่อมั่นเต็มเปี่ยม และยังเป็นแรงกระตุ้นสำคัญให้กับเพื่อนร่วมทีมให้ฮึกเหิมอีกครั้ง เพื่อรวมพลังนำ แมนฯ ยูไนเต็ด ฟื้นคืนชีพอีกครั้ง

5. ถ้าไม่ชนะอาจชะตาขาด
โซลชา เป็นกุนซือที่ทั้งดวงแข็งและมีบุญเกื้อหนุนเหลือเกิน ขนาดทำผลงานย่ำแย่ แต่บอร์ดบริหารยังคงให้ความไว้วางใจเขาในการปลุกปั้นทีมต่อไป ทั้งๆ ที่รู้ว่า “น้าลูกอม” ไม่ได้สร้างทีมได้แข็งแกร่งอะไรเลย

กระนั้นสิ่งที่ โซลชา มีนั่นก็คือเขามักจะเอาตัวรอดในสถานการณ์ที่ยากลำบากได้เสมอ แถมโปรแกรมก็เอื้ออำนวย เพราะการที่ทีมต้องพบกับสโมสรท้ายตาราง มันมีความเป็นไปได้สูงที่ “ผีแดง” จะเก็บ 3 แต้มได้

ในขณะเดียวกัน เคลาดิโอ รานิเอรี่ กุนซือขรัวเฒ่าของ วัตฟอร์ด สถิติในการเจอกับ “เร้ด เดวิลส์” ถือว่าย่ำแย่มากๆ เพราะ 14 แมตช์ที่ดวลกึ๋นกับ แมนฯ ยูไนเต็ด เขาชนะแค่สองเกมเท่านั้น ที่เหลือเป็นเสมอ 6 แพ้ 6 ที่สำคัญ 2 แมตช์ที่ชนะเกิดขึ้นตอนกุมบังเหียน เชลซี ซะด้วย

ฉะนั้นมีโอกาสเป็นไปได้สูงที่การ “วนลูป” จะหวนกลับมาอีกครั้ง แต่กระนั้นหาก โซลชา ดันพลาดท่าไม่ชนะแมตช์นี้ เชื่อว่าบอร์ดบริหารคงเรียกประชุมด่วนเพื่อตัดสินอนาคต “น้าลูกอม” แน่นอน

Facebook Comments Box

LEAVE A REPLY

Please enter your comment!
Please enter your name here